คอลัมนิสต์… จิตอาสา

เหตุเกิดที่ ศาลาพัน

เช้าวันจันทร์ เช้าวันนี้  เช้าวันที่ฉันเฝ้าคอย  7.00 น.  เสียง  นาฬิกาปลุก ดังสนั่น สะเทือน เตือนก้องไปทั้งห้อง  ฉันตกใจตื่น  ปิดเสียงนาฬิกา  นอนพลิกตัวไปมา  กลิ้งซ้าย กลิ้งขวา นอนเมาขี้ตา อยู่บนเตียง  สักพัก ดวงตา เรตินา ของฉันปรับตัว รับกับแสงตะวันที่สาดส่องแสง แทงตาฉัน ให้ตื่นและไปอาบน้ำเตรียมตัว เตรียมกาย เตรียมกล้อง เตรียมอุปกรณ์  ไปลงพื้นที่ หมู่ 4 ศาลาพัน  เป็นพื้นที่  ที่ปราชญ์ ชาวบ้านท่านบอกถึงที่มา ของชื่อ ศาลาพัน นี้ว่า  เป็นพื้นที่ แห่งการเดินทาง มีระยะทางหลายพันเส้น ระหว่างทางยังมีศาลาที่สร้างไว้เป็นที่พัก สำหรับผู้เดินทาง 

9.30 น.  เวลานัด  เวลาจัดคิว  เวลารวมพล  ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ฉันไม่ได้ไปคนเดียว  ฉันมีเพื่อนร่วมงาน เพื่อนรวมทริป  ร่วมชะตาชีวิตลิขิต ให้พวกเราก้าวออกนอกสถานศึกษา ไปเรียนรู้ สู่พื้นที่เชียงรากน้อย  พวกเราจัดแจงทุกอย่าง ตั้งเป้าหมาย  ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อเก็บภาพ เก็บเรื่องราว  เก็บวิถีชีวิต  ของชาวศาลาพัน  ผ่านการถ่ายทำเป็นรายการนำเที่ยว  ตะล๊อน ตะลอน

ระหว่างทางที่รถกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่หมู่บ้านศาลาพัน  สิ่งที่ฉันมองเห็นคือผืนนาเขียวขจี  มีโรงงานอุตสาหกรรม   บ้านเรือนริมคลองเปรมประชาสองข้างขนาบทางเดินรถ เมื่อเราเดินทางมาถึงจุดรวมตัวจุดแรกที่เราได้นัดพบกันที่ศาลาพัน คือ วัดโพธิ์นิ่มรัตนาราม ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน  แต่เราใช้สถานที่สุดแสนจะสงบแห่งนี้เป็นที่รวมตัว  รวมของ  และตั้งกอง นานา ฐิปะถะ  ไว้รวมกัน  เมื่อทุกอย่างกองไว้เป็นที่เป็นทางแล้ว  พวกเราก็พร้อมที่จะออกกองถ่ายทำเริ่มรายการไปถ่ายวิถีชีวิตของดีของอร่อยในศาลาพัน  ที่แรกที่เราไป คือร้านน้ำ ลุงตุ้ย  แต่เราจำเป็นต้องให้เกียรติ เรียกพี่ เพราะลุงแกขอร้อง ฮ่าๆๆ  เฮฮ่ากันไป  ร้านของพี่ตุ้ยเป็นร้านขายกาแฟเล็กๆติดริมคลอง บรรยายสบายๆชิวๆตามสไตล์พี่เขาล่ะ ราคาไม่แพง  ถึงขั้นถูกมาก  แต่รสชาติอร่อยเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ถึงขั้นเพื่อนสาวของฉัน  นางมีนามว่า เอิร์ธ  เซเลปสาวกระเทยสวยแห่งภาคพีอาร์  เอ่ยปาก  ออกตัวชมว่า  อร่อยไม่น้อยหน้า กาแฟร้านดังที่ตั้งสง่าอยู่กลางห้างสรรพสินค้าเลยทีเดียว 

เมื่อดื่มด่ำกับรสชาติอมตะของกาแฟโบราณร้านพี่ตุ้ยแล้ว  เราก้อเดินต่อไปอีกนิดตามคำแนะนำของพี่วินมอเตอร์ไซค์  ที่พูด ไซโค  กรอกหู โน้มน้ามใจให้เราหิว

พี่วินบอกว่ามีร้านส้มตำอร่อยอยู่ร้านหนึ่ง  คือร้านป้าเตือน เมื่อไปเดินทางถึงเราไม่รอช้ารีบสั่งส้มตำรสเด็ดของป้าเตือน พวกเราก็ตั้งหน้าตั้งตาจดจอรอคอยส้มตำในครกของป้า จนลืมไปเลยว่าต้อง กางขาตั้งกล้อง อัดรายการ ตะลอนตะล๊อน เพราะกลิ่นปลาร้าแท้ๆทำเอาตากล้องและพิธีกรของเราลืมอัดรายการ เมื่อสติกลับมาหลังจากป้าตำส้มตำเกือบเสร็จ สติของพวกเราก็กลับมา  ร้านส้มตำป้าเตือนตั้งอยู่ติดริมคลองเช่นเดียวกัน เพราะบอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าหมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ขนาบริมคลองเปรมประชา ร้านป้าเตือนเป็นร้านเล็กๆแต่รสชาติไม่เล็ก  เพราะเซเลปกระเทยแอ๊บสวยพิธีกรของเราอีกนางที่เป็นผู้คลั่งไคล้ปลาร้า นามว่า นัท ชู นางบอกว่าแซ่ปเว่อร์  แซ่ปไม่แซ่ปก็ทำเอากองถ่ายของเราพักกองทานมื้อเที่ยงกันที่ร้านส้มตำป้าเตือนอย่าไม่ต้องคิดหวังน้ำบ่อหน้า  ขอบอกร้านนี้นอกจากส้มตำแซ่ปเวอร์แล้ว  ไ่ก่ทอดรสชาติ ก็ อร่อยเหาะเหมือนกัน  หลังจากเราอิ่มหนำสำราญกับส้มตำร้านป้าเตือนแล้ว  เราก็เคลื่อนกองถ่ายของเราข้ามสะพานไปยังบ้านของคุณยายถวิน  คุณยายคนนี้เราเคยเจอแกนั่งขายข้าวต้มมัดที่หน้าวัดเมื่อหลายวันก่อนในวันที่เรามาลงสำรวจพื้นที่และหาโลเคชั่นถ่ายรายการข้าวต้มมัดของคุณยายถวินรสชาติอร่อยจนเราติดใจและขอที่อยู่และบอกคุณยายถวินว่าจะกลับมาหาพร้อมถ่ายการทำขนมข้าวต้มมัด สองข้างทางหลังจากเราข้ามสะพานซีเมนซ์สีชมพูบานเย็็นเป็นชุมชนบ้านเรือนตั้งติดๆกันตลอดทางเข้าไปบ้านของยายถวินซึ่งตั้งอยู่ลึกด้านในเกือบจะสุดซอย เมื่อพวกเราไปถึงพบคุณยายนั่งอยู่หน้าบ้าน  พิธีกรชายหนึ่งเดียวในรายการของเราชื่อว่าน็อต รีบเข้าไปทักทายคุณยายด้วยความดีใจที่เจอคุณยาย เพราะ ผู้ชายคนนี้เป็นคนรีเควส จะถ่ายคุณยายถวินเอง เมื่อเข้าไปทักทายพูดคุยถามไถ่ทุกข์สุขของคุณยาย  ถามไปถามมาก็ต้องพบกับความผิดหวังเพราะวันนี้ยายถวินไม่ทำข้าวต้มมัด …โอ้วว  ศาสดาศาสนาพุทธ  !! ฉัน อุทาน …  ความหวังของพวกเราสลายหายไป แถบจะเป็นลม ล้มฟุบ  ในขณะที่พวกเรากำลังตาลายจะเป็นล้มทำอะไรไม่ถูก น็อต  ก็เหลือบไปเห็นโต๊ะ ยาหอม ยาดม ยาอม ยาหมอง ที่ยายถวินตั้งขายไว้หน้าบ้าน และแล้วไอเดียแก้ขัดสุดบรรเจิด ของน็อตก็บังเกิดขึ้น  พวกเราเลือกถ่ายคุณยายกะยาหมอง ของคุณยายถวินแทนข้าวต้มมัด  นับว่า ยาหอม ยาดม ยาอม ยาหมอง ของคุณยายถวิน ช่วยพวกเราเอาไว้แท้ๆ

หลังจากถ่ายภาพเคลื่องไหวเสร็จก็ถึงคราวที่พิธีกรทั้งสาม ต้องโพสต์ท่าถ่ายภาพนิ่งด้วยอุปกรณ์เสริมที่เราเตรียมมาทำเอาชาวบ้านแถบนั้น ตื่นตาตื่นใจสะพรึงกันยกใหญ่  ฮ่าๆๆ จะไม่ให้สะพรึงได้ไง  แต่ละนางแต่ละองค์จัดเต็มกันแบบไม่มีใครยอมใคร  ถ่ายแบบเสร็จ ก็ถึงเวลา ที่พวกเราต้องปิดกอง  พวกเราไปปิดกอง ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันที่ป้ายสถานีรถไฟศาลาพัน หลังจากนั้นก็ ขนข้าวของที่กองไว้ที่วัด  เดินทางกลับมหาวิทยาลัย  อย่างเหนื่อยล้า เพลียกาย  แต่ประทับใจ ……  บายบ้ายยยย    ศาลาพัน 

 

ฟูลมูน เพ็ญนภา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s